"เรารักในหลวง" in Japan

posted on 07 Aug 2009 16:16 by kantanoo

 

เมื่อประมาณ 2-3 สัปดาห์ก่อน เรากำลังดูซีรี่ส์ญี่ปุ่นเรื่อง Shibatora ที่กำลังออกอากาศทางช่องไทยทีวีอยู่ดีๆแล้วก็ โอ๊ะ... โอ๊ะ.. เอ๊ะ ไหนขอดูอีกที

โอ๊ะ.. จริงๆด้วย (O.O)  เสื้อที่สกรีนว่า"เรารักในหลวง"นี่นา

 

ตัวละครที่ชื่อ ฮาคุโตะ ชินซุเกะ  แสดงโดย คุณ ทสึคาจิ มุกะ ใส่เสื้อ "เรารักในหลวง" (เขียนเป็นภาษาไทยชัดเจนแจ่มแจ้งเลยเลยแล่ะ)  คาดไม่ถึงแฮะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ก็ไม่รู้หรอกน้า.. ว่าทำไมเค้าใส่เสื่อตัวนี้เข้าฉาก อาจจะตั้งใจ หรือ อาจจะบังเอิญ หรืออะไร

แต่มันก็ทำให้คนไทยอย่างเราถึงกับหุบยิ้มกว้างๆบนใบหน้าไม่ได้เลยทีเดียว

 

อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่าเค้าจะรู้ไม๊น้าาา~ ว่าเสื้อตัวนี้เขียนว่าอะไร เขียนให้กับใคร แล้วมีความหมายกับคนไทยมากขนาดไหน

แต่ก็นะ ... ไม่ว่าเค้าจะรู้หรือไม่รู้ เสื้อ"เรารักในหลวง"ก็ยังคงมีความหมายต่อคนไทยเสมอ

 

"รักในหลวงที่สุดในจักรวาลเลยยย~"

 

 

ปล.  เราไม่มีภาพ แต่เผอิญมีคนอื่นสังเกตเห็นเหมือนกันและมีภาพอยู่ เลยขอจิ๊กมาใช้หน่อยน๊า

ขอบคุณค่าาา

credit:  http://www.siamzone.com/board/view.php?sid=1112660

 

edit @ 7 Aug 2009 19:33:37 by K.a.n.t.a.n.o.o

 

ปุจฉา!  วิสัชนา!

ความแตกต่างระกว่าง chewing gum กับ bubble gum คืออะไร

(ห้ามบอกว่าอันนึงสำหรับเคี้ยว อีกอันสำหรับเป่า -o-' เพราะ chewing gum ก็เป่าได้เหมือนกัน แต่อาจจะได้ไม่ใหญ่เท่ากับ bubble gum  แ้ล้วก็ห้ามบอกว่าอันนึงเป่าลูกโป่งได้ใหญ่กว่าอีกอัน เพราะเราตอบไปแล้วในวงเล็บนี้)

 

ติ๊กต่อก  ๆ  ๆ  ๆ

 

แอ๊ดดดดดดด  มาเวหลด..หมดเวลา มาดูกันซิว่า ตอบถูกกันรึป่าว

 

 

คำตอบ:

คนที่จัดฟันสามารถเคี้ยว chewing gum ได้ เพราะมันจะไม่ติดเหล็กดัดฟัน ในขณะที่ bubble gum จะติดจนต้องไปแปรงฟันถึงจะออก

 

 

ดัดฟันมาตั้งแต่จะจบปี 1  จนตอนนี้จบปี 3 แล้ว  เพิ่งจะตรัสรู้ถึงความสัจจริงที่ว่า "ถึงจะจัดฟันก็เคี้ยวหมากฝรั่งได้"

(ไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ได้ตั้ง 2 ปีแน่ะ ฮึ่ม! -_-^ เจ็บใจตัวเอง)

เมื่อก่อนตอนที่ยังไม่ได้จัดฟัน เห็นเพื่อนเคี้ยวหมากฝรั่ง ก็งงว่ามันเคี้ยวได้ยังไงฟระ?

มันก็บอกว่าให้เคี้ยวด้านใน ตรงที่ไม่โดนเหล็ก

โหยยย -O-  มันจะมีความสามารถในการเล่นซ่อนหาจ๊ะเอ๋กับเหล็กดัดฟันไปน๊าย  คือเคี้ยวยังไงก็ได้ที่ไม่ให้หมากฝรั่งไปโดนเหล็กดัดฟันเนี่ยนะ

เหอๆ เราขอบายดีกว่า  ไหนๆจะเคี้ยวแล้วก็ขอเคี้ยวให้สบายใจเฉิบกว่านี้ได้ป้ะ

 

แต่แล้ว . . .  ในที่สุด . . .  วันที่สดใสกว่าเดิมสำหรับมนุษย์ที่มีกรงเหล็กเกาะอยู่ที่ฟันอย่างเราก็มาถึง 

เมื่อวันก่อนไปฝึกงาน เพื่อนที่ฝึกงานด้วยกันเค้าชวนกินหมากฝรั่ง

เราก็ถามว่า  "จัดฟันอยู่ กินไอ้นี่ได้ดัวยเหรอ"

"กินได้หมดแล่ะ"

"ไม่ติดฟันเหรอ"

"ไม่ติิด ถ้าเป็นแบบนี้นะ  แต่ถ้าเป็นแบบ เป่าเป็นลูกโป่งลูกใหญ่ได้อ่ะ ติด"

 

โอ้วววววววววว !!!  OoO  I  S E E ! 

เฮ้อออออ~  - O -'  โล่งอก.. เกือบไปแล้วไม๊เรา..  เกือบจะคว้าเอื้องมาเคี้ยวแทนซะแล้ว แบบว่าอยากเคี้ยวหมากฝรั่งมากกกกก ก็ไม่ได้เคี้ยวมาตั้งสองปีนี่น่า  (เผอิญเป็นคนใจร้อน ย้ำว่า'คน')

เพราะฉะนั้น ใครที่จัดฟันอยู่แล้วอยากเคี้ยวเอื้อง เอ้ย! (ขอโทษที่เล่นมุขแป้ก ^^')  อยากเคี้ยวหมากฝรั่ง ก็ซื้อ chewing gum มาเคี้ยวได้นะจ๊ะ (อย่าไปเคี้ยวเลย เอื้องน่ะ)  ^O^  รับรองไม่ติดฟัน 

(แต่ถ้าโรคจิต -O- อยากให้ึหมากฝรั่งมันติดฟันเล่น เพลินดี ก็ไปซื้อ bubble gum มาเคี้ยวแทนละกัน)

 

edit @ 7 Aug 2009 17:09:12 by K.a.n.t.a.n.o.o

 

เป็นระยะเวลาประมาณสองสามอาทิตย์ได้ที่ไอ้เฮียอั๋นไม่คุยกับเรา

เพราะอะไรว้าาา???  นึกไม่ออก ไปทำอะไรให้ตอนไหนเนี่ย

ปกติถ้าโกรธเราก็จะว่าเราออกมาตรงๆเลยนี่นา ไม่เคยอยู่ดีๆก็อิ๊ก (ignore) เราซะงั้น

เรียกให้ไปทำอะไรก็ทำอ่ะนะ  เรียกให้ไปกินข้าวด้วยกันก็ไปแต่โดยดี ไม่มีอิดออด

ปกตินี่แทบจะต้องเข็นร่างอันใหญ่โตอย่างกับตึกใบหยกออกประตูบ้านไปอยู่และ (เฮ้อ -_-' แค่นึกถึงก็เหนื่อยแล้ว)

แต่ก็นั่นแล่ะ ดูเหมือนว่าจะคุยกับเราเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

ใจนึงก็รู้สึกสบายดี เพราะปกติเวลาต้องลงไปเอาเสื้อผ้า เราจะเป็นคนลงไปตลอด หรือไม่ก็ไปด้วยกันทั้งคู่ แต่นี่เฮียอั๋นลงไปเองคนเดียวเลย  ดี จะได้อ่านหนังสือสอบต่อไป

อ่ะนะ แต่อีกใจนึงก็รู้สึกอึดอัด เหมือนอยู่ในโลกที่เราไมุ่คุ้นเคยยังไงก็ไม่รู้ (นี่เมกาเค้าย้ายโลกสำเร็จแล้วเหรอเนี่ย?! OoO' !!!)

 

อึดอัดสุดๆ

 

บอกได้คำเดียวว่า  "อึด!-อัด!" (ยิ่งกว่าตอนนี้ที่น้ำหนักขึ้นมา 5 โลอีก)

 

ด้วยความที่เป็นช่วงสอบกับช่วงส่งงานแบบอุดตรุด เวลานอนก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว

เวลาเจอหน้าเฮียอั๋นนี่ก็แทบจะไม่มีเข้าไปใหญ่ ขนาดอยู่บ้านเดียวกันนะเนี่ย ก็เลยรอมาจนกระทั่งสอบเสร็จเลยเคลียร์กับเค้าในเอ็ม (พอดีขณะนั้นเราอยู่คนละบ้าน เราอยู่บ้านใหญ่ เค้าอยู่คอนโด)

บทสนทนา(เท่าที่จำได้ ก็ประมาณนี้แล่ะ):

     โบ:  เฮียอั๋นๆ

เฮียอั๋น:  what

     โบ:  ทำไมเฮียอั๋นต้องไม่คุยกับโบด้วย มีอะไรไม่พอใจก็บอกกันมาตรงๆเลยดีกว่า

เฮียอั๋น:  i haven't done anything like that. you are my sister. why should i do so?

     โบ:  อย่าเลย ก็ไม่คุยกับโบมาเป็นอาทิดๆแล้วเนี่ย

เฮียอั๋น:  what do you think the cause is?

     โบ:  i don't know. mom said it's about my internship

เฮียอั๋น:  it's your business. why should i bother?

     โบ:  yea. i know, you don't interfere with my business until the last minute; i don't

            think it's bcuz' of my intership anyway, that's why i'm asking you for the cause

            of not talking to me

เฮียอั๋น:  y r u asking me now and not earlier?

     โบ:  because i'm not ready

เฮียอั๋น:  think carefully.

     โบ:  i really don't know. i thought u were just stressful about something, and so i

            wanted to just leave you alone and wait until u're ok.

เฮียอั๋น:  what if i said i'm not ready now, what would you do ?

     โบ:  i'd just wait and ask u again later, cuz' i know we'll be talking to each other

            again one day anyway, otherwise, that means we're no longer brother n'

            sister.

เฮียอั๋น:  just that?

     โบ:  yea

เฮียอั๋น:  you're the one not talking to me

     โบ:  it's bcuz' u didn't talk to me first (I elaborate the situation.)

     โบ:  sometimes it's difficult to understand other people, bcuz' we're not duplicates

            of one another, that's why we need to talk, so tell me what the cause is

เฮียอั๋น:  ok. i'll tell you what the cause is. r u ready...

     โบ:  of course, i'm ready

 

 

 

 

 

เฮียอั๋น:  i thought of takoyaki at siam square, so i called u to buy it.  but, u didn't pick up

            the phone

 

 

เห~?! (กุมหัวไป ขำจนท้องแข็งไป)

 

 

 

 

 

     โบ:  r u serious?

 

เฮียอั๋น:  i love TAKOYAKI very much...

เฮียอั๋น:  whenever i feel bad and i eat takoyaki, i would feel better

 

     โบ:  then what's the consequence of not talking to me then. i thought of buying

            takoyaki many times during the past weeks, but then i thought that no one

            would eat the squid, so i decided not to buy

 

เฮียอั๋น:  i love TAKOYAKI very much...

 

     โบ:  if u've talked to me, then u should hve eaten takoyaki at least 3 times during

            the past few weeks

 

เฮียอั๋น:  i love TAKOYAKI very much...

 

เฮียอั๋น:  all the bad things happened because of you...  why didn't u just ask me earlier

 

เฮียอั๋น:  if u've just asked me ealier

 

I got it now. -_-'

Actually, that's typical of my brother. -_-"

 

     โบ:  ok.  i'll buy 3 boxes of takoyaki for u next time

เฮียอั๋น:  no. it should be more than that.

     โบ:  how many boxes do u want then

เฮียอั๋น:  up to u

     โบ:  4 then, cuz' i got no more money

เฮียอั๋น:  OK.

 

จบ..  เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า พี่ชายเราเหมือนชินจังขนาดไหน คนที่อ่านชินจังจะรู้ว่ามีอยู่ตอนนึงที่ชินจังวางน้องพุดดิ้งไว้ที่โต๊ะแล้ววิ่งไปเข้าห้องน้ำ ก่อนไปก็สั่งไว้ว่าให้น้องพุดดิ้งรอ แต่พอกลับมาแล้วพบว่าน้องพุดดิ้งหายไปแล้ว  นั่นเป็นเพราะว่ามิซาเอะตื่นมาเจอพุดดิ้งพอดีเลยกินไปหมด  และนั่นเป็นเหตุให้ชินโนะสึเกะตัดสินใจหนีออกจากบ้าน -__-"

 

That's why I said sometimes it's difficult to understand other people...

 

This entry is written in commemoration to Shinosuke-like behavior of my eldest brother, who is almost 26 years old.

 

edit @ 17 May 2009 18:53:12 by K.a.n.t.a.n.o.o

 

คิดว่าแถวนี้น่าจะมีเพื่อนๆที่สะสม Revoltech ผ่านไปผ่านมาบ่อยๆ เลยอยากถาม...

คือว่าไปเจอ หนูเด๋อ Yotsuba ที่ blog คุณคนนุงมา -o-

http://aplusx.multiply.com/photos/album/127/Yotsuba_Summer_Vacation

น่าร๊ากกกก >o< อยากได้

แต่ไม่ทราบว่าจะไปซื้อที่ไหนดี  มีที่ให้ซื้อนอกจากบน Internet ไม๊คะ

หรือว่าต้องซื้อผ่าน web อย่างเดียว

ถ้ายังไง ไม่ว่าจะเป็นทาง web หรือตามร้านค้าธรรมดา

ช่วยแนะนำร้านที่ไว้ใจได้ด้วยนะคะ แบบว่าขายของแท้แต่ราคาย่อมเยาน่ะค่ะ

เพราะว่าอยากได้ทั้งสามชุดเลย ชอบมากกก

 

 

ไม่เคยซื้อมาก่อนเลย  ยังไงก็ช่วยแนะนำด้วยนะค้าาา ขอบคุณมากค่ะ ^^

 

edit @ 13 May 2009 23:04:05 by K.a.n.t.a.n.o.o

 

ฮ้าาาาา ไม่ได้ up blog นานนนและ  คิดทื้งคิดถึง อยากจะมาระบายอารมณ์ตั้งหลายวันและ

แต่ก็ไม่ว่างซักที สงสัยจะเพราะว่าโดนยัยคนที่จะพูดถึงต่อไปนี้เอาเปรียบอยู่

เอาเป็นว่า เรื่องเอาเปรียบไว้ค่อยเล่าทีหลังละกัน ขอเล่าเรื่องที่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโง่หรือบ้าดี (หรืออาจจะไม่มีคำใดจะเปรียบได้) ให้ฟังก่อนก็แล้วกันเนอะ

เมื่อประมาณเดือนที่แล้ว กลุ่มเราซึ่่งมีกัน 6 คนต้องทำแผนที่ส่วนนึงของมหาลัยบน future board เพื่อประกอบการรายงานหน้าห้อง

เนื่องจากเวลามีจำกัด เราก็ไม่ได้ทำอะไรกันมากมาย อย่างสัญลักษณ์ว่าคณะไหนอยู่ตรงไหนนั้นก็ใช้แค่สี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดเท่ากันหมดเลย ต่างกันที่สี  ซึ่งสีเนี่ย ใช้เป็นตัวแบ่ง zone  เช่น สีส้ม คือ คณะ A-C  สีชมพูก็ D-F  ประมาณนี้

สงสัยด้วยความที่มันง่ายเกินไปมั้ง She คนนี้ก็ต้องทำเรื่องให้มันยากขึ้นมาหน่อย ก้อ..แบบว่า proud to be Chula ซะเหลือเิกิน จะมาทำอะไรง่ายๆได้ไงกัน ไม่ด๊าย (แหวะ)   นั่นแล่ะ  She ก็จัดการเลย เขียนเลย สีส้ม ทั้งสามแผ่น ว่า... คณะ A, B, C  (ย้ำ ดูภาพประกอบ)

 

(เอ่อะ ... ทำไมไม่เขียนแผ่นนึง A  แผ่นนึง B  แผ่นนึง C วะ?   อ๊ะ แต่เอาเถอะ เค้าอาจจะรอบคอบ กลัวว่ากระดาษมันจะปลิวหายไปแล้วไม่รู้ว่าคณะไหนเป็นคณะไหนมั้ง)

พอเขียน A B C ลงบนกระดาษสีส้ม(ที่เหมือนกันเดี๊ยะ)ทุกแผ่นเสร็จปุ๊บ She ก็จัดการ โยนกระดาษและดินสอใส่หน้าเพื่อนเราคนนึงในกลุ่มแล้วพูดว่า "อ่ะ ตาลเขียนให้และ บุ(นามสมมติื) เลือก!"

o_o  บุเกิดอาการอึ้งและงงเล็กน้อย ด้วยความที่เชื่อไม่ลงว่าจะมีคนถามคำถามแบบนี้ออกมาได้ เธอทำการprocessสมองของเธออีกครั้ง แต่แล้วก็มั่นใจว่า เธอเ้ข้าใจถูกแล้ว มันไม่น่าแปลเป็นอย่างอื่นได้นอกจากดังนี้...

  

"เลื่อกซิ ว่าจะเอาอันไหนเป็นของคณะไหน  สี่เหลี่ยมสีส้มอันแรกเป็นของคณะ C ดีไม๊ แล้วสีเหลี่ยมสีส้มอันที่สอง เป็นของคณะ A"  interpret ออกมาได้ประมาณนี้  อืมมม -_-"

OO' ด้วยความที่บุไม่รู้ว่าจะเลือกไปทำไม ก็เลยบอก She ไปว่า.. "แล้วทำไมตาลไม่เลือกเองล่ะ?" เพราะบุก็ไม่ได้นั่งว่างๆอยู่ มีอย่างอื่นที่สำคัญกว่ามานั่งแยกแยะว่าคณะzoneสีส้มนั้นเหมาะกับกระดาษสีส้มที่เหมือนกันเดี๊ยะแผ่นไหนมากกว่ากันต้องทำเหมือนกัน  ทันทีที่บุพูดจบ บุก็ก้มหน้่าก้มตาทำงานส่วนของบุต่อไป  ส่วน She

She ก็กระฟัดกระเฟียด เอาดินสอมาวงเลือกคณะตามที่ She ต้องการ

เสร็จปุ๊บก็อีร็อบเดิม "อ่ะ บุเลือก!"

"ก็ตาลเลือกไปแล้ว จะให้เราเลือกอะไรอีกอ่ะ?? งง" บุพูด

เท่านั้นแล่ะ โยนดินสอใส่หน้าเพื่อนเราแล้วก็เชิดมาหาเรา  "อ้ะโบ ตาลเลือกไว้ให้แล้วว่าอันไหนของคณะไหน" (ทำเป็น contribute มากz์)

(เห~ เพื่อ!!!???!!! แต่ก็ช่างแม่ง เพราะเจอจนชินแล้ว ไอ้ทำอะไรโง่วๆแบบเนี้ย กลัวผิดthemeมั้ง)

เอ...หรือว่าเราจะเบาปัญญาไปเอง ใครเข้าใจว่า Sheตาลทำแบบนี้ไปทำไม ก็ช่วยชี้แจงให้ฟังหน่อยนะ เราจะได้ enlightened ขึ้นมาบ้าง จนบัดนี้มันยังคงเป็นปริศนาที่เรายังไม่สามารถแก้ได้อยู่เลย และคิดว่าแม้แต่ Einstein ก็คงแก้มิได้เช่นกัน

เรื่องของ SHE คนนี้มีเย้อออ รับรองว่าไม่มีใครเคยเจอ (นอกจากว่าเคยเป็นเพื่อน She มาก่อน 55+)

ติดตามเรื่องตลกของคนเสียสติได้ใหม่ entry หน้า หรือไม่ก็หน้าๆ(ๆ+)

 

edit @ 13 Jun 2009 23:13:20 by K.a.n.t.a.n.o.o

เรื่องทั่วไป๊ทั่วไป

posted on 20 Mar 2009 21:50 by kantanoo

 

เมื่อวาน (19/3/52) ตอนกลางวันเจอ คุณ ชีวิน จากเรื่องแก้วล้อมเพชร ที่โรงอาหารตึกมหิตฯ

ส่วนตอนบ่ายๆเย็นๆ เจอ แตงโม ภัทรธิดาที่สยามด้วย สวยดี

เจอระหว่างไปถ่าย VDO ร้านการ์ตูนเพื่อทำรายงานวิชา Advanced Reporting เนื้อยเหนื่อย

ตั้งแต่เรียนวิชานี้มา รู้สึกว่าหน้าหนาขึ้นเยอะเลยอ่ะ ต้องไปขอสัมภาษณ์ ไปนู่นไปนั่นไปนี่ แล้วบางครั้งก็เป็นเรื่องที่ sensitive ต้องกล้าโน้มน้าวให้เค้าให้ความร่วมมื่อเราให้ได้  (แต่ว่าตรงส่วนนี้เพื่อนทำ เพราะเราเป็นตากล้อง อีกอย่างเราไม่ใช่คนวงในเหมือนมัน)

หลังจากนั้นยังต้องไปซื้อปริ๊นเตอร์อีก

 

วันนี้ (20/3/52) ตอนเช้าไปถ่ายสถานที่น่าสนใจตามคณะวิทย์ทั้งหลาย เป็นรายงานของวิชา Consumer Behaviors ง่ายกว่าวิชา Advanced Reporting เยอะเลยยยย พี่เจ้าของร้านน้ำที่ไปถ่ายก็ใจดี เรากับเพื่อนสั่งน้ำปั่นมาถ่ายรูปประกอบรายงาน จะจ่ายตังค์เค้า เค้าก็ไม่เอา แถมถามอะไรก็ตอบอย่างเต็มใจทู้กอย่าง พอเรากินข้าวเสร็จ พี่เค้าก็เอาขนมหวานมาให้อีก โอ้ววว กินเยอะมาก จากที่อ้วนอยู่แล้วก็ยิ่่งอ้วนเข้าไปใหญ่ (แต่ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะ คราวหน้าหนูจะไม่สั่งอะไรจากร้านอื่นมากินเลย กินแต่ที่พี่ให้อย่างเดียวก็คงอิ่มหมีพลีมันอยู่แล้ว)

เสร็จปุ๊ปก็ต้องไปเรียน เรียนไม่รู้เรื่องเลยยยยย อาจารย์สอนไม่รู้เรื่องจริงๆนะ ไม่อยากว่านะ แต่มันจริงๆ ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกัน แต่ว่านะ มีคนที่เคยเรียนกับเค้ามาแล้วบอกว่า "ห้ามว่าอาจารย์คนนี้นะ เพราะว่าเลิฟอาจารย์คนนี้มาก ใจดีสุดๆ" ค่ะ ก็ใจดีอ่ะนะ แต่มันไม่รู้เรื่องจริงๆ แล้วก็ง่วงมากด้วย ปกติเราไม่เคยแต่งหน้าในห้องเรียนเลยนะ ครั้งแรกก็คราวนี้แล่ะ (ขอโต้ดด้วยนะคะอาจารย์ T^T) แล้วพอตอน quiz หลังอาจารย์สอนจบ ช้านนนก็ทำม่ะได้ ตึง!

เลิกเรียนปุ๊ปก็ต้องไปทำรายงานวิชา Advanced Reporting ต่อ (-__-") เจอนางเอกจากเรื่องอะไรก็ไม่รู้ที่เล่นเป็นคนที่โตมากับลิงอ่ะ ลิงเลี้ยงมา

วันนี้มีการพูดเปิดใจกับเพื่อนคนนึงในกลุ่มด้วยแล่ะ ไม่ใช่คนเสียสติที่เคยเล่าไปหรอกนะ แต่เป็นอีกคนที่มักซวยเพราะโดนคนเสียสติเกาะติดแน่นหนึบอยู่ตลอดเวลา ที่เปิดใจกับมันก็เพราะว่าไม่อยากให้มันต้องซวยอีกต่อไป

ปล. วันนี้หม่าม้าทักว่า "เธอไปทำไรมาวันนี้ หน้าเกาหลีเดี๊ยะเลย" (OO)?? เอ๋? (อ๋อออออ คงเพราะที่แต่งหน้าในห้องเรียนอ่ะมั้ง พอดีมีอารมณ์แต่ง) จริงเหรอ? แล้วดีหรือไม่ดีล่ะ? หน้าเหมือนคนไทยจะดีกว่ามั้ง เหมือนแอฟอะไรอย่างเ๊นี๊ย 55^^ ช่างเต๊อะ คงต้องเอาดอกไม้สวยๆไปทำบุญซัก999วัด แล้วเกิดใหม่ อาจจะสวยได้อย่างนั้น อาจจะนะ 55+  -__-" (999วัด ไม่น่าพอ)

 

edit @ 17 May 2009 19:15:24 by K.a.n.t.a.n.o.o

เรื่องตลกของคนเสียสติ

posted on 18 Mar 2009 21:55 by kantanoo

 

ที่จริงมันเป็นเรื่องที่เราเคยลืมไปแล้ว เพราะก็ไม่ได้มีสาระสำคัญอะไร แต่เมื่อไม่กี่วันมานี้เพื่อนๆพูดถึงเรื่องแหวนทอง(เก๊รึป่าว อันนี้ไม่รู้)ของผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มขึ้นมา  เหตุการณ์มันเลยถูก recall กลับมาทั้งหมด  นั่นแล่ะ เลยเอามาเล่าให้ฟังเพื่อฆ่าเวลา

มีอยู่วันนึงเมื่อตอนปี2  She ผู้นี้ใส่แหวนทองโบราณปะทับทิมมา  เป็นแหวนที่โบราณจริงๆนะ ถ้าใส่กับสไบก็คงดูเข้ากันดีแล่ะ แต่ใส่กับชุดนิสิตนี่ก็.....แล้วแต่คนชอบละกันนะ

ทันทีที่ She เจอเรา She ก็ยื่นมืออันกรีดกรายของ She มาตรงหน้่าเรา แ้ล้วก็พูดว่า "นี่ แหวนของตาลสวยไม๊ ฮิๆๆๆ" (จินตนาการน้ำเสียงเอาเองละกันนะ ออกแนวแบบคนหลงตัวเองอ่ะ แบบใช้ dynamic เยอะๆพร้อม projectเสียงอ่ะ กลัวคนไม่รู้ว่าเคยไปเรียนพากษ์การ์ตูนที่ Gen-X มามั้ง  เอ่อะ -_-")

ในใจเราก็คิดอย่างที่บอกไปน่ะแล่ะ คงดูดีถ้าใส่กับชุดสไบอะไรอย่างเนี้ย  เป็นเึครื่องประดับเล็กๆน้อยๆ เราก็เลยบอกเค้าไปว่า "อืมม ก็สวยดี" ด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง (คงเป็นเพราะเราไม่ได้ไปเรียนพากษ์การ์ตูนมามั้ง)

"ช่าม๊าล่าาา ฮึๆ  โบคงไม่มีล่ะสิ มีแต่แหวนพลาสติก" said Tarn.

( !  _  ! )  !!!  ณ ตอนนั้น โบเกิดความสงสัยว่า She ใช้ตรรกะเล่มไหนมาสรุปว่า...

โบไม่ใส่แหวนทอง ใส่แต่แหวนพลาสติก = โบไม่่มีแหวนทอง

( !  _  ! )  !!!  แล็วก็ ณ ตอนนั้นอีกเช่นกันที่โบเกิดความสงสัยว่า She โตมาเป็นผู้ใหญ่ประเภทนี้ได้อย่างไร ที่ผ่านมามีใครสั่งสอน She บ้างรึป่าว  ถ้ามี สั่งสอนกันมายังไงเหรอคะ?

ใครจะใส่แหวนแบบไหนก็ไม่เห็นเป็นไรเลย ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนก็พอ  ที่สำคัญ มีทองหรือไม่มีทองก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ขอให้มีสมองและมีจิตใจที่ดีก็พอ (ถูกป้ะ?)

แต่เอาจริงๆแล้วเราก็ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูด She ซักเท่าไหร่หรอก เพราะว่า ก้นั่นแล่ะ จากที่อ่านมาคงรู้ว่า She เป็นคนยังไง อีกอย่างเราก็ไม่เคยพิศมัยในทองคำอยู่แล้ว

She คงกระหายอยากได้ความรู้สึกที่ว่าตัวเองเหนือกว่าชาวบ้านมากกกกก  (เพื่อออ!?)

โอ๊ยะ  จะบอกว่าเรื่องของ She คนนี้เยอะมากกกซ์  มียิ่งกว่านี้อีกหลายเท่า  แม้แต่คนที่เคยเจอคน_______มามากมายก็อาจจะยังไม่เคยเจอคนที่_______ขนาดนี้มาก่อน

ไว้่ว่างๆจะเล่าให้ฟังอีกเรื่อยๆละกัน  จะว่าไป Ripley's Believe It or Not น่าจะเอาเค้าไปจดบันทึกนะ  เค้าเป็นอะไรที่ประหลาดมากกกก เกิดมาไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเจอคนแบบนี้  ไม่!-น่า!-เชื่อ!!!

ปล.  ขอเรียกผู้หญิงคนนี้ว่า ผู้หญิงคนหนึ่ง หรือ She เพราะสถาณะของเธอคนนี้เป็นได้แค่นั้น แต่ว่าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้หรอกนะ แต่เป็นเพราะหลายๆเรื่องที่เล่าเท่าไหร่ก็ไม่หมด  เรื่องนี้เป็นแค่เรื่องน่าขันเรื่องหนึ่งเท่านั้น

 

edit @ 17 May 2009 19:07:40 by K.a.n.t.a.n.o.o

 

วันนี้อาจารย์ขวัญ (อ. พิรงรอง รามสูตร รณะนันทน์) ไม่ได้มาสอนวิืชา Seminar อีกแล้ว

แต่เป็น คุณ ณัฏฐา โกมลวาทิน จาก TPBS มาเป็น guest speaker แทน

ระหว่างที่ฟังเรื่องราวของ TPBS จู่ๆความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในสมอง

ทำไมน้าาา? ทำไมวิชา Advanced Reporting ที่เราเรียนจึงไม่มีการพูดถึงสถานีของประชาชนแม้แต่น้อย

ทั้งที่เป็นสิ่งที่ทุกคนควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับมันแท้ๆ ไม่อย่างนั้น.. ประชาชนจะช่วยกันตรวจสอบบทบาทของสื่อที่เรียกได้ว่าน่าจะโปรงใสที่สุดนี้ได้อย่างไร

เราคิดว่าไม่ใช่แค่นิสิตนักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ด้วยซ้ำที่ควรเรียนเกี่ยวกับสถานีของประชาชน แต่เป็นนิสิตนักศึกษาทุกคน ทุกคณะ เนื่องจากสื่อเป็นของประชาชนทุกคน

จริงอยู่ที่สื่อเองควรมีจรรยาบรรณ แต่บางครั้งสื่อก็ไม่สามารถคงจรรยาบรรณไว้ได้ (หรือถ้าได้ก็ยากมาก) ในเวลาแบบนี้แล่ะ ที่สื่อต้องการความรู้ ความเข้าใจ ความช่วยเหลือ หรือแม้กระทั่ง การควบคุมดูแล จากประชาชน

ปล. นี่คือสิ่งที่จู่ๆก็ัผุดขึ้นมาในสมองเราเอง ไม่ได้มีส่วนมาจากการพูดของใครแต่อย่างใด และนี่ไม่ใช่การบอกว่าควรทำ แต่เป็นการตั้งคำถามว่าควรทำหรือไม่ ถ้าควร จะทำได้หรือไม่ อย่างไร

 

หลังเลิกเรียนก็คุยงานกันอีกแล้ววววว ต้องทำข่าวเชิงสารคดีส่งอาจารย์ เฮ้อออ~ เหนื่อยอ่ะ แต่ก็หนุกดี

วันนี้เจอดาราคนนึง

วันนี้เจอเรื่องน่ากัวด้วยแล่ะ

จบค่ะ

 

edit @ 20 Mar 2009 22:22:33 by K.a.n.t.a.n.o.o

Personality Test

posted on 18 Mar 2009 00:40 by kantanoo

 

ขอขั้น Entry หนังเกย์ที่สัญญาเอาไว้ด้วย Entry นี้ก่อนน้าา

พอดีมีคน forward linkนี้มาให้

http://www.kapstar.com/myers/myers.html

เ้ึ้่ค้าบอกให้ลองทดสอบดูเพราะตรงดีเหมือนกัน

ก็เลยลองซะ้เลย ได้ INFP = "I Never Find Perfection" แล่ะ

 

http://www.kapstar.com/myers/infp.html     <- อันนี้

ถ้าถามว่าตรงไม๊ ก็ค่อนข้างแล่ะ มั้ง  เอ๋? ยังไงน้ะ?

ก็นะ..ลองดูเองล้ากันนะจ๊ะ เด๋วก็รู้เองแล่ะ ^o^ เินอะ

 

Bowling for Columbine by Michael Moore

posted on 17 Mar 2009 13:20 by kantanoo

 

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (11 มี.ค. 2552)่ ในคาบ Seminar

ได้ดูหนังสารคดีของ Michael Moore ชื่อว่า Bowling for Columbine

เป็นหนังที่ Moore พยายามหาต้นเหตุของการฆาตกรรมหมู่ีในโรงเรียนไฮสคูล Columbine (Columbine High School) ไม่สิ..ถ้าจะพูดให้ถูก น่าจะเป็นหนังที่ Moore พยายามแสดงให้เห็นถึงต้นเหตุมากกว่า

ดูไปดูมา รู้สึกว่าชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกานั้นน่าสมเพชเวทนายิ่งกว่าชาติใดในโลกซะอีก

มีเงินมีทอง มีกลอน3ชั้น และมีปืน แต่..สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถนำมาซึ่งความสุขในชีวิตของคนในชาติมหาอำนาจนี้ได้

ทำไม? ลองอ่านอีกที "มีเงินมีทอง มีกลอน3ชั้น และมีปืน" คิดว่าทุกคนคงตอบได้ ถ้าตอบไม่ได้ ลองหาหนังเรื่องนี้มาดู

หลายๆึคนที่ดูแล้วอาจตอบว่าเป็นเพราะสื่อมวลชน แต่แค่สื่อมวลชนเท่านั้นเหรอ?

สื่อไม่ได้มีเสรีภาพมากอย่างที่ทุกคนคิด แม้แต่ในประเทศที่ใครๆก็ว่าประชาธิปไตยเบ่งบานที่สุดอย่างสหรัฐอเมริกาเอง เสรีภาพและัจรรยาบรรณของสื่อมวลชนที่เรียนกันในหนังสือยังห่างไกลความเป็นจริงนัก

หลายครั้งที่สื่อยอมตกเป็นเครื่องมือเสียเอง แต่ก็หลายครั้งที่สื่อตกเป็นเครื่องมือโดยไม่รู้ตัวหรือโดยไม่อาจขัดขืนได้

และ..ในหลายๆครั้ง สื่อมิได้เป็นตัวกำหนดทิศทางหรืิอวัฒนธรรมทางสังคม

ตรงกันข้าม ทิศทางหรืิอวัฒนธรรมทางสังคมต่างหาก ที่กำหนดสื่อ

สรุปคือ ทุกคน ทุกภาคส่วน ล้วนมีอิธิพลต่อกันและกัน ดังนั้น ทุกคน ทุกภาคส่วน ล้วนต้ิองมีความรับผิดชอบร่วมกัน

นี่แล่ะ เค้าถึงได้ว่า มีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้้่าน กันไงล่ะจ๊ะ

อยากจะเสพสุข ก็ต้องช่วยกันแก้ทุกข์นะคะูู (^ o ^).O'' โย่วๆ!

 

Entry หน้าจะเอาหนังเกย์มาฝาก ลองดูละกาน ว่าจะเป็นเรื่องอาไร น๊ะ^^

 

edit @ 13 Jun 2009 23:23:54 by K.a.n.t.a.n.o.o